Will.I.Am จากศิลปิน Hip-Hop สู่เจ้าพ่อเทคโนโลยี

Will.I.Am จากศิลปิน Hip-Hop สู่เจ้าพ่อเทคโนโลยี
Will.I.Am จากศิลปิน Hip-Hop สู่เจ้าพ่อเทคโนโลยี
Will.I.Am จากศิลปิน Hip-Hop สู่เจ้าพ่อเทคโนโลยี
Will.I.Am จากศิลปิน Hip-Hop สู่เจ้าพ่อเทคโนโลยี

Will.I.Am จากศิลปิน Hip-Hop สู่เจ้าพ่อเทคโนโลยี ในช่วงปี 2003 ถือเป็นช่วงนี้พวกเขา The Black Eyed Peas ประสบความสำเร็จสูงสุดพร้อมเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก

จากอัลบั้ม Elephunk อัลบั้มชุดที่ 3 ของพวกเขา ที่สร้างสถิติยอดจำหน่ายสูงกว่า 2 ล้านแผ่นทั่วโลก มีเพลงฮิตอย่าง Where Is The Love? อยู่ในนั้น ท่ามกลางชื่อเสียงโด่งดังนับตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้ทำให้ไม่มีใครไม่รู้จักพวกเขา The Black Eyes Peas ซึ่งหนึ่งในความประสบความสำเร็จของพวกเขามาจากชายผิวสีชาวแคลิฟอร์เนีย วิลเลียม เจมส์ อดัมส์ จูเนียร์ (William James Adams Jr.) หรือ Will.I.Am

Will.I.Am เกิดเมื่อวันที่ 15 มีนาคม ค.ศ. 1975 ที่ลอสแอนเจลิส แคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา เขาเริ่มร้องเพลงแร็ปออกโชว์กับ apl.de.ap ในประเทศบ้านเกิดของเขาจนกระทั่งทั้งคู่ในเซ็นสัญญากับค่าย Ruthless Records ในปี 1989 โดยใช้ชื่อวงว่า Atban Klann ทั้งๆที่เหมือนจะไปได้สวยแต่พวกเขาทั้งคู่กลับไม่ให้ปล่อยอัลบั้มแรกออกมา

โดยทางค่ายให้เหตุผลว่าเพลงของพวกเขาในอัลบั้มนี้จะไม่ได้รับความนิยม หลังจากนั้น 6 ปี ผู้บริหารค่าย Ruthless Records ได้เสียชีวิตลง Will.I.Am และ apl.de.ap ได้กลับมารวมตัวกันอีกครั้งภายใต้ชื่อวง The Black Eyed Peas และมีสมาชิกเพิ่มอีกสองคน หลังจากนั้นพวกเขาก็ประสบความสำเร็จและได้สร้างผลงานในเส้นทางดนตรีอย่างที่ศิลปินทุกคนใฝ่ฝันอย่างการได้ร้องเพลงให้กับงานฟุตบอลโลกปี 2006 และเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก

หลายๆคนคงคุ้นตากับภาพลักษณ์ของเขาที่ดูเป็นศิลปินฮิปฮอปหัวหน้าวง The Black Eyed Peas แต่อีกด้านหนึ่งวิลเลียมเขาคือ ‘เจ้าพ่อเทคโนโลยี’ ตัวจริงเลยก็ว่าได้ ซึ่งนอกจากเขาจะเป็นนักร้องที่หลงไหลในเทคโนโลยีแล้วเขายังเป็นนักธุรกิจที่เก่งกาจคนหนึ่งในอุตสาหกรรมนี้อีกด้วย

ด้วยความสนใจทางด้านนี้อย่างแรงกล้าทำให้เขาได้ก่อตั้งบริษัท i.am+ บริษัทพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ (AI) หรือสินค้าต่างๆที่มีคำว่า ‘อัจฉริยะ’ พ่วงท้าย ที่มีพนักงานอยู่ในการดูแลทั้งหมดกว่า 300 ชีวิต นอกจากนี้ Will.I.Am ยังเป็นผู้บุกเบิกองค์กรเพื่อการกุศลที่ทำงานกับเด็กๆเรื่องหุ่นยนตร์และเทคโนโลยีต่างๆภายใต้ชื่อว่า i.am.angel Foundation แต่ที่สร้างเสียงฮือฮาและเจ้าตัวน่าจะปลาบปลื้มคือเขาเป็นศิลปินคนแรกที่ได้ร่วมงานกับองค์กร NASA ในการนำเพลงไปเปิดบนผิวดาวอังคาร!!!

Will.I.Am ถือเป็นตัวอย่างที่ดีในแง่ของการทำทำงานและทำตามความฝัน คิดอะไรก็ลงมือทำและตั้งใจทำให้ดีที่สุด ไม่ใช่ว่าเขามีชื่อเสียงหรือเงินทองเพียงอย่างเดียวแต่เพราะเขามีความรักและความหลงใหลต่อสิ่งที่ชอบจริงๆ จึงทำให้จากศิลปิน Hip-Hop ในวันนั้น กลายเป็นเจ้าพ่อเทคโนโลยีในวันนี้ไปซะแล้ว

Comments are closed.